วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2555

รายการพระแก้วมณีโชติที่เปิดให้บูชา

ชมความสวยงามของพระแก้วมณีโชติ
เมื่อต้องแสงอาทิตย์



รายการพระแก้วมณีโชติ
ที่ให้บูชา

พระแก้วมณีโชติ ชุดที่ 1 
สีเหลือง(ผู้มีบารมีรับไปแล้ว) , ชมพู องค์ละ 6,000 บาท



พระแก้วมณีโชติ ชุดที่ 2
สี น้ำเงิน , แดง , เหลือง(ผู้มีบารมีบูชาไปแล้ว) , เขียว  องค์ละ 6,000 บาท


 พระแก้วมณีโชติ ชุดที่ 3
สี แดง , แดง , น้ำเงิน , ชมพู , แดงเข้ม  องค์ละ 6,000 บาท



 พระแก้วมณีโชติ ชุดที่ 4 ปางสัมมาสัมพุทธเจ้า
สี แดง , เขียว , แดง  องค์ละ 8,000 บาท



พระแก้วมณีโชติ ชุดที่ 5 ปางนาคปรก องค์เล็ก
สี เขียว , ม่วง , เขียว  องค์ละ 10,000 บาท



 พระแก้วมณีโชติ ชุดที่ 6 ปางนาคปรก องค์ใหญ่
สี อำพัน , ม่วงอ่อน , น้ำเงิน , แดง  องค์ละ 10,000 บาท



เมื่อแสงอาทิตย์สาดส่อง วิจิตรตระการตายิ่งนัก
ราวกับไม่ใช่วัตถุบนโลกมนุษย์



ผู้ที่ถึงพร้อมด้วยบารมีเท่านั้น จึงจะรอดพ้นภัยพิบัติช่วงเลยกึ่งพุทธกาล

ตำนานพระแก้วมณีโชติ (ฉบับย่อ)

ตำนานพระแก้วมณีโชติ (ฉบับย่อ)

              พระพุทธศาสนาผ่านไป ๒๕๐๐ ปี จะเกิดกลียุคมนุษย์รบราฆ่าฟันกันเอง โลกมนุษย์จะพบภัยพิบัติจากโรคระบาดที่ร้ายแรงมาคร่าชีวิตผู้คนและสัตว์ให้ล้มตายจำนวนมาก แต่คนที่แขวนพระแก้วมณีโชติติดตัวจะปลอดภัยจากอันตรายทั้งหลายและภัยพิบัติทั้งปวง สมเด็จโตได้นิมิตบอกหลวงปู่ทิพย์พระอรหันต์แห่งถ้ำเชียงดาว จ.เชียงใหม่ ปัจจุบันท่านได้ละสังขารไปแล้ว ท่านเป็นอาจารย์ของผู้เขียน และอนุญาตให้เปิดเผยเรื่องราวพระแก้วมณีโชติพระแก้วกายสิทธิ์ที่เทวดาสร้างถวายบูชาพระพุทธเจ้า ท่านเล่าว่า

          
               เมื่อครั้งสมัยพุทธกาล องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์ชีพอยู่ พระ พุทธองค์ทรงจาริกเทศนาธรรมสั่งสอนเวไนยสัตว์ ทรงเสด็จจาริกผ่านมายังดินแดนเมืองฮอด ณ ปัจจุบัน ทรงประทานพระเกศาธาตุและพระพุทธบาทอันสมควร ทรงเล็งด้วยพระพุทธญาณว่าต่อไปที่แห่งนี้จะเป็นที่อุดมในธรรม ภายหน้าเมื่อตถาคตปรินิพพานได้ ๑๐๐ ปี ณ ที่แห่งนี้จะเกิดนครใหม่ที่มีความรุ่งเรืองทางพระพุทธ ศาสนาอย่างมากมีนามว่า  ทิพย์มหานคร  เมืองนี้ปรากฏพระเถระองค์หนึ่งนามว่า พระธรรมราช เป็นพระอรหันต์ที่มีฤทธิ์ศักดามาก เป็นที่เคารพนับถือของเหล่ามนุษย์และพญานาตลอดจนเทวดาทั้งหลาย พระ ธรรมราชคิดว่าพระพุทธศาสนาจะรุ่งเรืองได้ต้องให้คนทั้งหลายระลึกถึงพระ พุทธคุณ จึงคิดจะสร้างพระพุทธรูปองค์เล็กจำลองเป็นรูปของพระพุทธเจ้า เพื่อให้เป็นที่พึ่งของเหล่ามนุษย์ แต่จะสร้างด้วยทองคำหรือเงินก็จะทำให้มนุษย์เกิดความโลภทำอันตรายต่อรูปจำลองของพระพุทธเจ้า ความคิดนี้รู้ไปถึงมหาพรหมผู้มีนามว่า  ชินนะปัญจะระ  ท่านจึงแปลงร่างเป็นชีปะขาว นำเอาแก้วมณีโชติที่ถือเป็นแก้วกายสิทธิ์อยู่บนสวรรค์ชั้นดุสิตมาถวายให้พระธรรมราช พระธรรมราชจึงให้ช่างแกะสลักในเมืองช่วยกันแกะเป็นรูปจำลองของพระพุทธเจ้า ปรากฏว่าช่างแกะสลักไม่สามารถที่จะแกะสลักแก้วมณีโชติได้ พวกช่างปรึกษากันด้วยจนปัญญา ความนี้ทราบถึงพระอินทร์จึงสั่งให้เทวดาประจำวันทั้ง ๗ องค์ แปลงร่างเป็นมนุษย์ลงมารับอาสาแกะสลักแก้วมณีโชติเป็นรูปจำลองของพระพุทธเจ้า ด้วยการแกะสลักเป็นพระพุทธรูปองค์เล็กใช้ติดกาย และองค์ใหญ่สูงครึ่งคืบไว้ประจำบ้านเมือง เพียงใช้เวลา ๗ วันแกะได้ ๘๔,๐๐๐ องค์

  
              เมื่อ สร้างเสร็จแล้วพระธรรมราชจึงประชุมกับเจ้าเมืองและชาวเมือง เพื่อจัดงานทำบุญฉลองสมโภชพระแก้วมณีโชติ ท่านมหาพรหมชินนะปัญจะระและพระอินทร์จึงแปลงร่างเป็นชีปะขาวมาร่วมในงานฉลอง ด้วย เมื่อถึงเวลาพระธรรมราชเป็นผู้เจริญพระพุทธมนต์ ชีปะขาวทั้งสองเจริญทิพย์มนต์บูชาพระพุทธเจ้า และมีการจุดบ้องไฟเป็นพุทธบูชานับได้ ๑๐๘ กระบอก ชาวเมืองพร้อมใจกันจุดบ้องไฟ เมื่อจุดบ้องไฟติดพวกช่างแกะสลักทั้งเจ็ดและชีปะขาวทั้งสอง ก็กระโดดขึ้นนั่งบนหัวบ้องไฟ บ้องไฟได้พาเอาร่างชีปะขาวและช่างแกะสลัก สูงขึ้น สูงขึ้น จนหายเข้ากลีบเมฆไปในที่สุด ชาวเมืองจึงรู้ว่าเทวดาแปลงร่างมาเป็นช่างแกะสลักและชีปะขาว จึงพากันส่งเสียงแซ่ซ้อง สาธุ สาธุ กึกก้องอึงคะนึงไปทั่วทั้งเมือง ท่านมหาพรหม ชินนะปัญจะระจึงประพรมน้ำพุทธมนต์ อวยพรอวยชัยโดยบันดาลให้ฝนทิพย์ตกลงมาทั่วเมือง เสร็จงานแล้วชาวเมืองช่วยกันขุดหลุมลึก ๗ ศอก ๕๖ หลุม นำเอาพระทั้งหมดใส่ไห ๕๖ ไห ฝังในหลุมและกลบอย่างดี พระธรรมราชขอให้พญานาคชื่อ พญาศรีเสน เป็นผู้เฝ้ารักษาไม่ให้ผู้ใดมาเหยียบย่ำที่แห่งนี้


               ศาสนาตถาคตผ่านไป ๒๕๐๐ ปี พระแก้วมณีโชติจะถูกนำขึ้นมาให้มนุษย์สักการบูชากราบไหว้ เป็นที่พึ่งที่ยึดเหนี่ยวของคนดีมีศีลธรรม ที่เคารพนับถือพระพุทธเจ้า มนุษย์ที่ได้ครอบครองพระแก้วมณีโชติจะปลอดภัยจากอันตรายทั้งหลาย ทั้งปวง มีความสุขสมบูรณ์ เจริญด้วยโภคทรัพย์ เทวดาปกปักษ์คุ้มครองรักษา เมื่อนั้นพระพุทธศาสนาจะเจริญรุ่งเรืองสืบต่อไปจนครบ ๕๐๐๐ ปี ตามพุทธพยากรณ์



                  สมเด็จโตผู้นิมิตพบท่านมหาพรหมชินนะปัญจะระเมื่อครั้งธุดงค์ไปที่กำแพงเพชร ท่านมหาพรหมชินนะปัญจะระได้สอนคัมภีร์ธรรมศาสตร์ และพิธีการปลุกเสกพระเครื่อง ทำให้พระสมเด็จของท่านมีชื่อเสียงเลื่องลือระบือนามไปทั่วทิศ พร้อมทั้งบอกเล่าตำนานพระแก้วมณีโชติ และบอกให้สมเด็จโตไปเอาพระแก้วมณีโชติมา ๕ ไหเก็บรักษาไว้ ในภายภาคหน้าจะเป็นประโยชน์ในการช่วยทำนุบำรุงพระ พุทธศาสนาอยู่ครบ ๕๐๐๐ ปี สมเด็จโตพร้อมศิษย์จึงเดินทางมาที่เมืองทิพย์ มหานครและได้พบกับพญานาคผู้รักษาพระแก้วมณีโชติ พญานาคได้พ่นไฟพิษเข้าใส่ สมเด็จโตจึงภาวนานึกถึงท่านมหาพรหมชินนะปัญจะระ ไฟพิษของพญานาคไม่สามารถทำอันตรายได้ สมเด็จโตบอกพญานาคว่าท่านมหาพรหม   ชินนะปัญจะระใช้มาจริงไม่ได้พูดเท็จ จึงมอบพระแก้วมณีโชติให้สมเด็จโต ๕ ไห สมเด็จโตนำเอามาเก็บไว้ที่กุฏิท่านโดยให้วิญญาณผู้หญิงเป็นผู้เฝ้าดูแล ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ไหของสมเด็จท่าน ด้วยเกรงกลัวอิทธิฤทธิ์ของวิญญาณของหญิงสาวนั้น ที่ชอบปรากฏตัวให้ผู้คนเห็น ก่อนสมเด็จโตจะมรณภาพ ท่านได้นำเอาไหทั้ง ๕ ใบไว้บนเพดานโบสถ์วัดระฆังโดยไม่มีใครรู้ เวลาผ่านไป ๑๐๐ ปี สมเด็จโตได้นิมิตบอกผ่านหลวงปู่ทิพย์ได้รับรู้ถึงนิมิตตำนานพระแก้วมณีโชติ และก่อนที่ท่านจะละสังขารได้มอบพระแก้วมณีโชติให้ศิษย์ของท่านเป็นผู้ดูแลเก็บรักษาไว้ และอนุญาตให้เปิดเผยเล่าเรื่องราวตำนานพระแก้วมณีโชติให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลายได้รับรู้ เพื่อช่วยกันสืบอายุพระพุทธศาสนาให้ครบ ๕๐๐๐ ปี


บทความนำมาจากจากเวปไซต์อื่นครับ